ยินดีตอนรับสมาชิคใหม่และเก่าทุกท่านคับ

Similar topics
    ค้นหา
     
     

    Display results as :
     


    Rechercher Advanced Search

    Latest topics
    » [b]กระเกียมีปัญหา หมุดได้รอบตัว เกียไปค้างอยู่เกียสี่กลับเกือบไม่ถึงบ้าน[/b]
    Tue 19 Jul 2016, 6:40 pm by CHAIUDON

    » สมาชิกเก่าเข้ามารายงานตัวครับ
    Tue 19 Jul 2016, 6:10 pm by CHAIUDON

    » รายงานตัวครับ
    Wed 25 Nov 2015, 11:46 am by enta

    » ปัญหา Mechatronic ของ เกียร์ DSG
    Wed 18 Nov 2015, 2:33 pm by tunnnnnn

    » ผมซื้อ skoda yeti มา เมื่อ 22ธันวาคม 2555 ยังเปลี่ยนป้ายขาวไม่ได้เลยครับ
    Mon 12 Oct 2015, 1:39 am by tunnnnnn

    » แร็คพวงมาลัย + ปั้มโซล่า skoda fabia 6y 1.9 sdi
    Fri 02 Oct 2015, 4:26 pm by Thenu

    » 2003 SKODA Fabia 1.9TDI ดีเซล เทอร์โบ1900ccเกียร์ธรรมดาเครื่องดีสีสวยช่วงล่างแน่นพร้อมใช้ทุกอย่างราคาสุดคุ้ม145000
    Tue 29 Sep 2015, 9:06 am by tanuspon

    » ถ้า ติดฟิลม์บานหน้า 60 ขับกลางคืนจะมองเห็นชัดไหม
    Sun 30 Aug 2015, 8:53 pm by chaiyo518

    » Skoda octavia van ค่า manternance แพงงมากไหมครับ
    Sun 30 Aug 2015, 8:51 pm by chaiyo518

    Affiliates
    free forum


    You are not connected. Please login or register

    วิธีการใช้เครื่องปรับอากาศในรถยนต์ที่ถูกต้อง

    อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

    Admin


    Admin
    Admin
    เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันอากาศในเมืองไทยมี อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ และความร้อนนี้ยังส่งผลต่อระดับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารของรถยนต์ ดังนั้นเพื่อลดความร้อนที่เกิดขึ้นภายในห้องโดยสาร เครื่องปรับอากาศภาย ในรถยนต์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง จึงต้องทำงาน หนัก สำหรับรถใหม่เครื่องปรับอากาศยังใช้งานได้ดี แต่เมื่อใช้ไปเป็นเวลานาน (ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพการใช้งาน) ประสิทธิภาพในการให้ความเย็นจะลดลง ดังนั้นผู้ใช้รถจึงควรรู้จักวิธีใช้ และการบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อ ถนอมและรักษาอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศในรถยนต์ให้ยาวนานที่สุด

    วิธีการใช้เครื่องปรับอากาศในรถยนต์ที่ถูกต้อง

    1. ทุกครั้งก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ ควรตรวจดูสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ว่าอยู่ใน ลักษณะใด เปิดหรือปิด ถ้าหากเปิดอยู่ให้กดปิดเสียก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้ คอมเพรสเซอร์ต้านทานการหมุนของเครื่องยนต์ในขณะสตาร์ท

    2. เมื่อเครื่องยนต์ติดเรียบร้อยแล้ว ให้เปิดสวิตช์พัดลมของเครื่องปรับอากาศก่อน โดยปรับไปที่ตำแหน่ง ความเร็วสูงสุด ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที เพื่อไล่ลมร้อนจากช่องปรับอากาศ หลังจากนั้นจึงเปิดสวิตช์ ควบคุมคอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ปรับสวิตช์ที่ใช้ปรับระดับความเย็นไปที่ตำแหน่งเย็นสุด แล้วจึง ปรับสวิตช์ควบคุมความเร็วของพัดลม และสวิตช์ควบคุมระดับความเย็นลงสู่ตำแหน่งที่สัมพันธ์กับ อุณหภูมิภายในห้องโดยสารตามต้องการ

    3. เมื่อเลิกใช้งานก่อนที่จะดับเครื่องยนต์ ควรปิดสวิตช์คอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ก่อนเพื่อหยุดการทำ งานของคอมเพรสเซอร์ แต่ยังคงเปิดสวิตช์พัดลมแอร์ไว้ในตำแหน่งที่แรงสุดเพื่อให้พัดลมแอร์เป่าลม ผ่านตัวคอยล์เย็น หรือที่รู้จักกันดีว่า “ตู้แอร์” ซึ่งตัวคอยล์เย็นนี้จะมีสภาพที่เปียกชื้น และมีหยดน้ำมา เกาะอยู่ในขณะที่คอมเพรสเซอร์ทำงาน และเพื่อเป็นการไล่ความชื้นออกจากตัวคอยล์เย็นให้เร็วขึ้น วิธี นี้เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดความอับชื้นซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้แอร์มีกลิ่น เหม็นอับ รวมทั้งยังช่วยยืดอายุ การใช้งานของตัวคอยล์เย็นให้ผุกร่อนช้าลงกว่าเดิม ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น

    สำหรับปัญหาการเกิดกลิ่นอับที่ออกมาจากช่องปรับ อากาศสามารถแก้ไขได้โดย จอดรถในที่โล่งแจ้ง ที่แดดส่อง ได้อย่างทั่วถึง จากนั้นเปิดประตูรถให้หมดทุกบาน จอดรถตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนกว่ากลิ่น อับจะจางหายไป แต่ถ้ากลิ่นอับยังคงรุนแรงเหมือนเดิม ควรนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการใกล้บ้าน


    ที่มา : http://www.honda.co.th/HCT/thai/index_customers_car_air.htm

    ดูข้อมูลส่วนตัว http://skodathai.forumotion.com

    อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

    Permissions in this forum:
    คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ